|
|
|
หญ้าเทียมถูกออกแบบมาให้ ทนต่อฝนและความชื้น โดยแผ่นรองด้านล่างมีรูระบายน้ำ ช่วยให้น้ำไหลผ่านได้อย่างรวดเร็ว จึงไม่จำเป็นต้องเช็ดให้แห้ง เพียงปล่อยให้แห้งตามธรรมชาติได้ อย่างไรก็ตาม หลังฝนตกควรทำความสะอาดและตรวจสอบสภาพสนามเล็กน้อย เพื่อให้หญ้าเทียมดูสวยงามและมีอายุการใช้งานยาวนาน |
|
|
|
หลังฝนตกมักมีใบไม้ กิ่งไม้ หรือขยะที่น้ำพัดมาติดบนสนาม ควรเก็บออกทันที เพื่อป้องกันการสะสมของความชื้น การเกิดเชื้อรา และกลิ่นไม่พึงประสงค์ |
|
|
|
หากฝนตกหนักจนทำให้เส้นหญ้าลู่หรือแบน ควรรอให้หญ้าแห้งหมาด ๆ แล้วใช้แปรงขนนุ่มหวีย้อนแนวเส้นหญ้า เพื่อให้ใบหญ้ากลับมาตั้งตรง ดูเป็นธรรมชาติและสวยงามเหมือนเดิม |
|
|
|
สังเกตว่ามีน้ำขังบนพื้นผิวหรือไม่ หากน้ำระบายช้าหรือมีน้ำขังเป็นเวลานาน อาจเกิดจากพื้นฐานไม่เรียบ รูระบายน้ำอุดตัน หรือระบบระบายน้ำมีปัญหา ควรแก้ไขเพื่อป้องกันความชื้นสะสมและยืดอายุการใช้งานของหญ้าเทียม |
|
|
|
หากมีสัตว์เลี้ยงใช้งานพื้นที่ หรือมีคราบสกปรกสะสมในช่วงฝนตก ควรฉีดล้างด้วยน้ำสะอาด และทำความสะอาดทันที เพื่อลดการสะสมของแบคทีเรียและป้องกันกลิ่นอับ |
|
|
• ทำความสะอาดสนามเป็นประจำ ไม่ปล่อยให้เศษใบไม้สะสม
• ตรวจสอบรูระบายน้ำและระบบระบายน้ำให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
• หลีกเลี่ยงการวางของหนักบนหญ้าเทียมในช่วงที่พื้นยังเปียก เพราะอาจทำให้เส้นหญ้าล้มและฟื้นตัวได้ยาก
• หากพบคราบโคลนหรือสิ่งสกปรก ให้ล้างออกทันทีเพื่อป้องกันคราบฝังแน่น |
|
|
|
แม้หญ้าเทียมจะ ทนฝนและระบายน้ำได้ดี แต่การดูแลหลังฝนตกก็เป็นสิ่งสำคัญ เพียงเก็บเศษสิ่งสกปรก แปรงเส้นหญ้า ตรวจสอบการระบายน้ำ และรักษาความสะอาดอยู่เสมอ ก็จะช่วยให้หญ้าเทียมคงความสวยงาม ลดปัญหากลิ่นอับ และใช้งานได้ยาวนานหลายปี ทั้งในพื้นที่พักอาศัย สวน สนามเด็กเล่น และพื้นที่กลางแจ้งต่าง ๆ |
|
|
|
https://www.greenygrass.co.th/ , https://www.xn--e3cuk0ae5c9bza5a7eze.com/ , https://perfectturfservice.rtd.co.th/article-26.html , https://th.meisengrass.com/ |
|
| |