|
|
|
การเลือกใช้ กาว หรือ เทปเชื่อมหญ้าเทียม ขึ้นอยู่กับลักษณะการติดตั้งและระยะเวลาการใช้งาน หากเป็นงานติดตั้งถาวรที่ต้องการความแข็งแรงและทนทาน แนะนำให้ใช้ กาว PU หรือกาวยาง แต่หากต้องการเชื่อมรอยต่อระหว่างแผ่นหญ้าเทียมให้เรียบเนียน ควรใช้ เทปเชื่อมหญ้าเทียม (Seaming Tape) โดยงานติดตั้งส่วนใหญ่นิยมใช้ กาวร่วมกับเทปเชื่อมหญ้าเทียม เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและลดโอกาสที่รอยต่อจะหลุดล่อน |
|
|
กาว PU และกาวยางเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการติดตั้งหญ้าเทียมแบบถาวร เพราะมีคุณสมบัติยึดเกาะสูงและทนต่อสภาพอากาศ |
|
• ยึดเกาะพื้นผิวได้แข็งแรง
• ทนแดด ทนน้ำ และทนความชื้นได้ดี
• เหมาะสำหรับใช้งานทั้งภายในและภายนอกอาคาร
• รองรับพื้นผิวหลายประเภท เช่น พื้นปูน พื้นไม้ และพื้นคอนกรีต |
|
• งานติดตั้งหญ้าเทียมถาวร
• พื้นที่กลางแจ้ง เช่น สวน สนามเด็กเล่น และลานกิจกรรม |
|
• กาว PU ชนิด 2 ส่วนผสม (A+B) ต้องผสมในอัตราส่วนที่ถูกต้อง
• หลังผสมแล้วควรใช้งานให้หมดภายในเวลาที่กำหนด ไม่สามารถเก็บไว้ใช้ในภายหลังได้ |
|
|
|
เทปเชื่อมหญ้าเทียมใช้สำหรับเชื่อมรอยต่อระหว่างแผ่นหญ้าให้เรียบเนียนและดูเป็นผืนเดียวกัน มีทั้งแบบที่ต้องใช้กาวร่วมด้วย และแบบกาวในตัวที่ติดตั้งได้สะดวก |
|
• ช่วยให้รอยต่อแนบสนิทและสวยงาม
• ติดตั้งง่าย ประหยัดเวลา
• มีให้เลือกทั้งแบบกาวในตัวและแบบใช้ร่วมกับกาว |
|
• เชื่อมรอยต่อระหว่างแผ่นหญ้าเทียม
• งานที่ต้องการความเรียบร้อยของพื้นผิว |
|
|
• หากใช้เทปแบบไม่มีกาวในตัว จำเป็นต้องใช้กาวสำหรับหญ้าเทียมร่วมด้วย เพื่อให้การยึดเกาะแข็งแรงและใช้งานได้ยาวนาน |
|
|
• กาว PU / กาวยาง เหมาะสำหรับงานติดตั้งถาวรที่ต้องการความแข็งแรง ทนแดด และทนฝน
• เทปเชื่อมหญ้าเทียม เหมาะสำหรับเชื่อมรอยต่อระหว่างแผ่นหญ้าให้เรียบเนียน
• หากต้องการผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แนะนำให้ใช้เทปเชื่อมหญ้าเทียมร่วมกับกาว เพราะช่วยให้รอยต่อยึดติดแน่น ลดการหลุดล่อน และยืดอายุการใช้งานของหญ้าเทียมได้มากยิ่งขึ้น |
|
|
|
https://grassthai.com/glue-guide/ , https://www.greenygrass.co.th/installation , https://www.xn--e3cuk0ae5c9bza5a7eze.com/ |
|
| |